web analytics

ใกล้ผุดไกด์ไลน์คุม “แฟรนไชส์” ห้ามเอาเปรียบคนซื้อ เปิดรับความคิดเห็นถึง 20 กย.

thumbnail

แชร์เนื้อหานี้!

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เตรียมออกไกด์ไลน์ธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อจัดระเบียบแฟรนไชส์ โดยกำหนดสิ่งที่เจ้าของแฟรนไชส์ต้องทำ และพฤติกรรมต้องห้าม ป้องกันผู้ซื้อแฟรนไชส์โดนเอารัดเอาเปรียบ เผยหากฝ่าฝืน มีโทษปรับปกครองไม่เกิน 10% ของยอดขาย คาดบังคับใช้เร็วๆ นี้
            
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ โฆษกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กล่าวว่าคณะกรรมการ ได้ยกร่างประกาศเรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ พ.ศ. … หรือไกด์ไลน์ธุรกิจแฟรนไชส์เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ธุรกิจแฟรนไชส์มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าพ.ศ.2560

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถแสดงความเห็นต่อร่างประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานแข่งขันทางการค้า (https://otcc.or.th/) ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม-20 กันยายน 2562

ขั้นตอนกำลังอยู่ในระหว่างรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยได้ประชุมจากกลุ่มเจ้าของแฟรนไชส์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ส.ค. และจะรับฟังผู้ซื้อแฟรนไชส์อีกครั้งในวันที่ 6 ก.ย.2562 และรับฟังผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ จนถึงวันที่ 20 ก.ย.2562 จากนั้น คณะอนุกรรมการพิจารณาไกด์ไลน์แฟรนไชส์ จะทบทวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสนอต่อ กขค. และประกาศให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

สำหรับไกด์ไลน์แฟรนไชส์ดังกล่าว กำหนดให้

  • แฟรนไชส์ซอร์ (ผู้ขายแฟรนไชส์) ต้องเปิดเผยข้อมูลการประกอบธุรกิจให้แก่แฟรนไชส์ซี ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินการ และระหว่างดำเนินการ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ ค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ในการประกอบธุรกิจ รายละเอียดเกี่ยวกับการเงินและเงื่อนไขในการคืนเงิน
  • แฟรนไชส์ซอร์ต้องเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจ เช่น การให้ความช่วยเหลือในการบริหารจัดการ จำนวนและสถานที่ตั้งของแฟรนไชส์ในพื้นที่ใกล้เคียงในปัจจุบัน และอนาคต รายละเอียดการส่งเสริมการขาย สาระเกี่ยวกับสิทธิในเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง ช่วงเวลาที่มีผลบังคับใช้ ขอบเขตการอนุญาตและเงื่อนไขข้อจำกัด, การต่อสัญญา แก้ไข ยกเลิก เพิกถอนสัญญา เป็นต้น
  • หากแฟรนไชซอร์ต้องการเปิดร้าน หรือสาขาเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีร้านแฟรนไชซีรายเดิมอยู่แล้ว โดยกำหนดเงื่อนไขให้เจ้าของแฟรนไชส์ต้องแจ้งให้แฟรนไชซีเดิมในพื้นที่ทราบก่อนล่วงหน้า และให้สิทธิ์ในการเปิดร้าน หรือสาขาเพิ่มเติมแก่แฟรนไชซีรายเดิมในพื้นที่ก่อนเป็นอันดับแรก โดยให้มีหนังสือแจ้งแฟรนไชซีเป็นลายลักษณ์อักษร และกำหนดให้แฟรนไชซีแจ้งความประสงค์ในการเปิดร้าน หรือสาขาเพิ่มเติม เป็นลายลักษณ์อักษรแก่เฟรนไชซอร์ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยให้คำนึงถึงศักยภาพของแฟรนไชซีรายเดิมในการประกอบการเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา

ทังนี้ ยังได้กำหนดพฤติกรรมต้องห้ามของแฟรนไชส์ซอร์ ที่อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่แฟรนไชส์ซี ตามมาตรา 57 พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าพ.ศ.2560 ได้แก่

  • แฟรนไชส์ซอร์จะต้องไม่กำหนดเงื่อนไขที่เป็นการจำกัดสิทธิของแฟรนไชส์ซี โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น กำหนดให้ซื้อสินค้า หรือบริการอื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์ หรือซื้อจากซัปพลายเออร์ (ผู้ผลิตสินค้า) ที่แฟรนไชส์ซอร์กำหนดเท่านั้น
  • แฟรนไชส์ซอร์จะต้องไม่กำหนดโควตาให้แฟรนไชส์ซีต้องซื้อสินค้า หรือวัตถุดิบในปริมาณมากกว่าความต้องการ หรือห้ามคืนสินค้าหรือวัตถุดิบส่วนเกิน
  • แฟรนไชส์ซอร์จะต้องไม่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้แฟรนไชส์ซีต้องปฏิบัติตามหลังลงนามสัญญา , ห้ามแฟรนไชส์ซีซื้อสินค้าหรือบริการกับซัปพลายเออร์รายอื่น แต่ต้องซื้อจากแฟรนไชส์ซอร์ หรือซัปพลายเออร์ที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันควร
  • แฟรนไชส์ซอร์จะต้องไม่ให้แฟรนไชส์ซีขายลดราคาสินค้าที่เน่าเสียง่าย หรือใกล้หมดอายุโดยไม่มีเหตุผลอันควร, กำหนดเงื่อนไขที่แตกต่างกันระหว่างแฟรนไชส์ซีโดยไม่มีเหตุผลอันควร และนำไปสู่การเลือกปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เป็นต้น

นายสันติชัยกล่าวว่า หากไกด์ไลน์แฟรนไชส์มีผลบังคับใช้ แฟรนไชส์ซอร์มีพฤติกรรมต้องห้ามดังกล่าว จะมีความผิดตามมาตรา 57 โดยจะมีทางปกครอง ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำผิด

ข่าวจาก commercenewsagency.com

แชร์เนื้อหานี้!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top