web analytics

“สนธิลิ้ม” ชี้รัฐ-ระบบราชการ อุปสรรคแก้น้ำท่วม ชื่นชมภาคประชาชน

thumbnail

แชร์เนื้อหานี้!

แฟนเพจคุยทุกเรื่องกับสนธิ ซึ่งเป็นเพจที่แสดงทัศนะของนายสนธิ ลิ้มทองกุล นักหนังสือพิมพ์ นักเขียน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ประธานที่ปรึกษาสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ เป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของหนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการ และอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เกี่ยวกับการจัดการปัญหาน้ำท่วมดังนี้

ภัยพิบัติที่จังหวัดอุบลราชธานี ให้บทเรียนเราหลายอย่าง
บทเรียนข้อแรก เวลาเกิดภัยพิบัติทีไรรัฐบาลจะขยับตัวช้าที่สุด (ทุกรัฐบาล) อาจจะเป็นเพราะว่า โดยพื้นฐานแล้ว ระบบราชการมันก็เป็นของมันอย่างนี้แหละ แต่โชคดีที่เรายังมีภาคประชาชนที่เข้ามาทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ อย่างเช่น บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
คงเป็นเพราะว่า บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้เข้าไปทำงานการกุศลกับหน่วยกู้ภัยต่างๆ ลงไปพื้นที่ สัมผัสกับประชาชน จนทำให้เขามีความรู้สึกผูกพันกับผู้ยากไร้ และคนที่ตกระกำลำบาก จนกระทั่งถึงคนที่สูญเสีย
ก็เหมือนกับ ตูน บอดี้แสลม ที่ใส่ใจกับการขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานของรัฐไม่สามารถที่จะตอบสนองได้
ทั้ง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ ตูน บอดี้แสลม จึงเป็น 2 คนที่น่ายกย่องเชิดชูในคุณงามความดีของพวกเขา และต้องหยุดมโนกันเสียที (บางส่วน) ว่าพวกเขาทำเพื่อให้ตัวเองโด่งดัง อย่าได้ดูถูกดูแคลนจิตที่ที่บริสุทธิ์ของคนสองคนนี้
ข้อคิดที่เราควรจะเรียนรู้จากวิกฤตินี้ ผมคิดว่ามีหลายประการ เช่น
1. รัฐบาลจะมีฝ่ายค้านกี่พรรคก็ตาม สีเสื้อจะยังคงยึดมั่นกันว่าเป็น แดง เหลือง น้ำเงิน ก็ตาม แต่พอมาถึงเรื่องภัยพิบัติ ความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว ต้องเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง
2. น่าเสียดายที่ นายกรัฐมนตรี พล.เอก ประยุทธ์ อาจจะหลงลืมไปว่าในฐานะที่เป็นผู้นำรัฐบาลควรจะเชิญชวนพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคเข้ามาร่วมกันทำงาน ช่วยเหลือประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือการช่วงชิงทางการเมืองในเรื่องของความนิยมของประชาชน ก็เลยเกิดสภาวะน้ำลายท่วมประเทศไทย อยู่บนพื้นผิวของน้ำที่ท่วมอุบลราชธานี
ช่างไร้สาระและเหลวไหลอย่างสิ้นเชิง
3. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ผ่านสื่อมวลชนที่ตัวเองสนับสนุนอยู่ก็มาโต้เถียงกันว่า ทำไม ไม่ใช้งบกลางในทันทีทันใด ฝ่ายรัฐบาลก็ออกมาชี้แจงว่า งบกลางมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่จะเบิกได้ในวันนี้วันพรุ่งนี้ เพราะมีขั้นตอนหลายขั้นตอนที่ต้องทำให้เสร็จถึงจะเบิกได้
ท่านนายกฯ ก็น่าจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติที่กระทบต่อประชาชน นายกฯ สามารถจะใช้งบกลางได้ทันที แบบกดปุ๊บใช้ได้ปั๊บ
4. ต้องชื่นชมคุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ลูกพรรคยอมสละเงินเดือน 1 เดือน เป็นจำนวน5-6 ล้านบาท เข้ามาช่วยในการบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน
แต่ในสภาและวุฒิสภา เรามีผู้ทรงเกียรติ์ถึง 750 คน น่าจะขอร้องและเชิญชวนผู้ทรงเกียรติ์ทั้ง 750 คนนี้ เสียสละเงินเดือนทั้งสภา คนละ 1 เดือน ก็น่าจะได้เงินเกือบๆ 100 ล้านบาท
เรื่องแบบนี้ ถ้าท่านนายกฯ และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ประกาศออกมามันก็จะทำให้ได้รับการโมทนาสาธุ จากคนไทยทั่วประเทศ
ผมขอย้ำ อยากให้เห็น สส. และวุฒิสมาชิก ทั้ง 750 คนนี้ แสดงเจตนารมย์เข้ามาช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ จ.อุบลราชธานี
5. การระดมทุนครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุด เพราะจะต้องมีการต่อสู้กันทางการเมือง ชิงดีชิงเด่นกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความเชื่อว่า ตัวเองเข้ามาช่วยก่อน อีกฝ่ายมาทีหลัง
เรื่องแบบนี้ต้องยุติได้แล้ว ต้องยุติการแสวงหาชื่อเสียง เอาเครดิตเข้าตัวเอง เพื่อให้ตัวเองได้โงดัง หรือมีชื่อ บนความเดือดร้อนความทุกข์ยากของประชาชน
6. ผมสงสาร คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มากที่ตั้งใจจะช่วยประชาชน แต่กลับถูกอุ้มมาออกโทรทัศน์ เพื่อเป็นการสร้างเครดิตให้กับรัฐบาล
หน้าตาคุณบิณฑ์ฯ เมื่อคืนนี้ สะท้อนให้เห็นความชอกช้ำใจที่ แทนที่จะได้ทำงานที่ตัวเองรัก กลับต้องมาเป็นไม้ประดับให้กับการระดมทุน
7. ท่านนายกฯ ต้องทำให้สังคมเห็นว่างานช่วยพี่น้องชาวอุบลยังไม่สิ้นสุด ที่สำคัญที่สุดเงินที่ระดมได้จากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านต้องสามารถแจกแจงได้อย่างโปร่งใสให้ทุกคนเห็นว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายออกไปนั้น จ่ายไปให้ใครที่ไหนเพื่อทำอะไรบ้าง
เพราะในอดีต ทุกครั้งที่มีการระดมทุนเช่นนี้ พอระดมทุนเสร็จได้หน้าได้ตา ได้ชื่อได้เสียง ก็ปล่อยคนที่รับช่วงต่อซึ่งอาจจะไปปู้ยี่ปู้ยำเงินบริจาคก้อนนี้ด้วยความสบายใจ เพราะไม่มีใครสนใจอีกแล้ว
8. ท้ายที่สุดเพื่อบรรยากาศอันดีระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ท่านนายกฯ อาจจะต้องใจกว้าง กล่าวขอบคุณทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคฝ่ายค้าน ที่เข้ามาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันแก้ปัญหา เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น แทนที่จะเอาชนะคะคานกัน

อย่าลืมว่า ทุกข์ของประชาชนนั้น ในภัยพิบัติ เป็นทุกข์ที่พวกเราทุกคนต้องไม่มีสี ไม่มีพรรค ไม่มีความกระสันอยากจะมีชื่อเสียง มีแต่เพียง จิตบริสุทธิ์ ที่พวกเราต้องการลงไปทำอะไรก็ได้เพื่อบรรเทาทุกข์
18 กันยายน 62
สนธิ ลิ้มทองกุล

https://th-th.facebook.com/kuitookruangkabsondhi/photos/a.565196533532712/2607252265993785/?type=3&xts%5B0%5D=68.ARA8HK190-K8WO57lkQZ0QrvpbGcmXijweEQT_SBi95OGSXak0jXoVoVpJ4Vf-nKjrSX-DFSA4c74wr1v3v3Rm272ALbOi6BUZ6BbCRrcrjnHFShv0cl_OlPNkXLCzthLhURHV05hmTnmuOXcgW08RG6Hu108D5eCSbCxzK6Rs_YpdMxNkObcqZrvYBrN4myCXvQdpAP0P5uzCftNrJKwEKmw3P14He4-UMjaetkBDSb-zgXGNjuCZ33-mHSp6tHAF2La9D4jIVQxJc_9a1SEJ8QrNkly4xZf5WcxedmuL-OpvHXZjodi_DFruLwRrRoWq4hj41pXAPoNL2hH75YeHApmQ&tn=-R

ข้อมูลจากเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ

แชร์เนื้อหานี้!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top